น้ำคังเก้น กับอาการหูดและติ่งเนื้อ — ประสบการณ์คุณสมจิตต์

หูดและติ่งเนื้อเป็นปัญหาผิวหนังที่พบได้บ่อย เรื่องราวต่อไปนี้เป็นประสบการณ์ของคุณสมจิตต์และครอบครัว
ที่บ้านติดตั้งเครื่องคังเก้นรุ่น SD501 และ Kangen8 ใช้มาได้ประมาณ 3 เดือนแล้วค่ะ ช่วงแรกก็เพียงดื่มน้ำคังเก้นเพราะคิดว่าเป็นแค่น้ำสะอาด และใช้น้ำ pH 11.5 ล้างผัก แต่พอดื่มไปทั้งสามีและดิฉันก็พบสิ่งที่แปลกใจมาก
คุณเรืองโรจน์ (สามี) มีหูดที่แขนซ้ายและที่แก้มข้างขวา ตั้งใจจะไปเลเซอร์ออกที่โรงพยาบาลแต่ติดตีกอล์ฟจนลืมไป ผ่านไปประมาณหนึ่งเดือน หูดที่แก้มหายไปโดยไม่รู้ตัว ส่วนที่แขนก็ฝ่อลง ส่วนดิฉันเองมีติ่งเนื้อที่บริเวณเอวด้านขวา ขนาดโตเท่าเมล็ดถั่วเหลือง ยังไม่ทันได้ไปเลเซอร์ออก พอเห็นว่าของคุณเรืองโรจน์ยุบไปแล้วก็เลยลองเปิดดูของตัวเองบ้าง ปรากฏว่ามันเล็กลงเหลือนิดเดียวจริงๆ
อีกอย่างที่อยากแบ่งปันคือ ใครที่มีปัญหาส้นเท้าแตกและรำคาญ ลองเอาน้ำ pH 2.5 ฉีดติดต่อกันวันละ 3-4 ครั้งดู อาการดีขึ้นเร็วเกินคาดค่ะ ต้องขอบคุณคุณชำนาญอีกครั้งที่แนะนำ
คุณสมจิตต์ สุพรรณพงศ์
หูดหายเองได้จริงหรือไม่: ข้อเท็จจริงทางการแพทย์
หูด (wart/verruca) เกิดจากเชื้อไวรัส HPV และมีข้อเท็จจริงทางการแพทย์ที่สำคัญคือ หูดส่วนใหญ่สามารถหายไปได้เองตามธรรมชาติเมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายกำจัดเชื้อไวรัสได้ งานวิจัยด้านผิวหนังพบว่าอัตราการหายเองอยู่ที่ประมาณ 65-78% ภายใน 2 ปี และมากถึง 90% ภายใน 5 ปีในเด็ก โดยไม่ต้องรักษาใดๆ ส่วนติ่งเนื้อ (skin tag) มักเกิดจากการเสียดสีของผิวหนังและมีขนาดเปลี่ยนแปลงได้ตามธรรมชาติเช่นกัน การที่หูดหรือติ่งเนื้อในเรื่องราวนี้เล็กลงหรือหายไปในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกับการดื่มน้ำคังเก้น จึงอาจเป็นการหายเองตามธรรมชาติของร่างกายซึ่งเป็นเรื่องปกติที่พบได้บ่อย มากกว่าจะเป็นผลโดยตรงจากน้ำที่ดื่ม
สิ่งที่ควรรู้ก่อนสรุปว่าน้ำคือสาเหตุ
หากมีหูดหรือติ่งเนื้อที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเร็ว มีเลือดออก เปลี่ยนสี หรือมีลักษณะผิดปกติ ควรพบแพทย์ผิวหนังเพื่อตรวจวินิจฉัยแยกจากโรคผิวหนังชนิดอื่น ไม่ควรวินิจฉัยหรือรักษาด้วยตนเอง
แหล่งอ้างอิงงานวิจัย
- “Paediatric Cutaneous Warts and Verrucae: An Update.” PMC, NIH. อ่านงานวิจัย
- “Warts, verrucas, human papillomavirus infection.” DermNet NZ. อ่านบทความ
อ่านเพิ่มเติม
หมายเหตุ: เรื่องราวนี้เป็นประสบการณ์ตรงที่ลูกค้าเล่าให้ Kangen Center ฟัง และยินยอมให้เผยแพร่ ผลลัพธ์ของแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกันไปตามสภาพร่างกายและการดูแลสุขภาพโดยรวม ควรปรึกษาแพทย์ควบคู่กันเสมอ
