27
JUL
2026

น้ำคังเก้น กับคุณแม่ที่มีภาวะเบาหวานแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ — ประสบการณ์คุณอัญชลี

คุณแม่ไทยยิ้มอ่อนโยน อุ้มลูกน้อยแรกเกิดในบ้านที่อบอุ่น ประกอบบทความรีวิวเบาหวานขณะตั้งครรภ์ดีขึ้นหลังดื่มน้ำคังเก้น

เบาหวานขณะตั้งครรภ์ (gestational diabetes) เป็นภาวะที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เรื่องราวต่อไปนี้เป็นประสบการณ์ของคุณอัญชลี กลิ่นใจ

คุณอัญชลี กลิ่นใจ คุณแม่ของน้องอิมเมจ (เกิด 15 ก.ย. น้ำหนักแรกเกิด 2.87 กิโลกรัม สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง) เล่าว่าระหว่างตั้งครรภ์คุณแม่อยู่ในภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ค่าน้ำตาลในเลือดสูงเกินกำหนดถึง 210

ตั้งแต่เริ่มดื่มน้ำ Kangen water จากเครื่อง Kangen8 วันละ 2-3 ลิตรทุกวัน เป็นเวลา 2 อาทิตย์ ผลตรวจค่าเลือดลดลงเหลือ 120 ซึ่งเริ่มอยู่ในเกณฑ์ (ควบคู่กับการควบคุมอาหาร) อีก 2 อาทิตย์ต่อมายังคงดื่มน้ำ Kangen พร้อมควบคุมอาหารเหมือนเดิม ผลตรวจค่าเลือดอยู่ที่ 97 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ปกติ จนคุณหมอเองก็ถึงกับแปลกใจ และไม่ต้องฉีดยาควบคุมเบาหวาน (อินซูลิน) อีกเลย

โชคดีที่ดิฉันและสามีได้รู้จัก Kangen water ง่ายๆ แค่ดื่มวันละ 2-3 ลิตรค่ะ

คุณอัญชลี กลิ่นใจ

น้ำกับระดับน้ำตาลในเลือด: งานวิจัยว่าอย่างไร

งานวิจัยเชิงระบาดวิทยาพบความสัมพันธ์ระหว่างการดื่มน้ำเพียงพอกับความเสี่ยงเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ลดลง และมีงานวิจัยนำร่องพบว่าการเพิ่มปริมาณน้ำดื่มช่วยลดน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหารได้ในกลุ่มตัวอย่างบางกลุ่ม กลไกที่เป็นไปได้เกี่ยวข้องกับฮอร์โมน copeptin และระบบเรนิน-แองจิโอเทนซิน-อัลโดสเตอโรน (RAAS) ที่มีผลต่อการควบคุมระดับน้ำตาล อย่างไรก็ตาม งานวิจัยเหล่านี้ศึกษาการดื่มน้ำเพียงพอโดยทั่วไป ไม่ได้ศึกษาน้ำด่างโดยเฉพาะ และยังต้องการการศึกษาระยะยาวเพิ่มเติมเพื่อยืนยันกลไกที่แน่ชัด

สิ่งที่ควรรู้ก่อนสรุปว่าน้ำคือสาเหตุ

เบาหวานขณะตั้งครรภ์เป็นภาวะที่ส่งผลต่อทั้งคุณแม่และทารกในครรภ์โดยตรง จำเป็นต้องได้รับการดูแลจากสูตินรีแพทย์ และอายุรแพทย์ต่อมไร้ท่ออย่างใกล้ชิด ทั้งการตรวจน้ำตาลในเลือดสม่ำเสมอ การควบคุมอาหารตามแผนที่แพทย์กำหนด และการใช้อินซูลินเมื่อจำเป็น การดื่มน้ำให้เพียงพอเป็นเพียงส่วนเสริมของการดูแลสุขภาพโดยรวม ไม่ควรใช้ทดแทนการตรวจติดตามและคำแนะนำทางการแพทย์

แหล่งอ้างอิงงานวิจัย

อ่านเพิ่มเติม

หมายเหตุ: เรื่องราวนี้เป็นประสบการณ์ตรงที่ลูกค้าเล่าให้ Kangen Center ฟัง และยินยอมให้เผยแพร่ ผลลัพธ์ของแต่ละบุคคลอาจแตกต่างกันไปตามสภาพร่างกายและการดูแลสุขภาพโดยรวม ควรปรึกษาแพทย์ควบคู่กันเสมอ

About the Author